เสริมภาพลักษณ์และความมั่นใจด้วยการปลูกผม FUE-MAX

การปลูกผมด้วยเทคนิค FUE แก้ปัญหาผมบาง ผมร่วง หัวล้าน

ปัญหาผมบาง ผมร่วง และศีรษะล้าน ไม่ใช่แค่เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นสิ่งที่บั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะต้องคอยจัดทรงผมเพื่อปกปิด หรือหลีกเลี่ยงแสงไฟจ้าเพราะกลัวเห็นหนังศีรษะ ดังนั้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้และเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมา Max Hair Thailand จึงได้พัฒนาเทคนิคการปลูกผมถาวรที่เรียกว่า FUE-MAX ขึ้นมา โดยเป็นการใช้ประสบการณ์ของแพทย์ที่ต่อยอดจากเทคนิคปลูกผม FUE แบบเดิม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นจนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและดารานักแสดงมากมาย

ปลูกผมเทคนิค FUE-MAX คืออะไร ?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า FUE (Follicular Unit Excision) คือเทคนิคปลูกผมโดยการเจาะย้ายเซลล์รากผม (Graft) จากบริเวณท้ายทอยที่มีความแข็งแรงถาวร มาปลูกในบริเวณที่มีปัญหาทีละกออย่างประณีต แต่ที่ Max Hair Thailand เราพัฒนาเทคนิคนี้ขึ้นไปอีกขั้นด้วย เทคนิค FUE-MAX ซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่าง ดังนี้

การปลูกผมเทคนิค FUE-MAX
  1. การปลูกผมเทคนิค FUE-MAX จะเลือกใช้หัวเจาะที่มีขนาดเล็กสำหรับเจาะเอารากผมออกมา เพื่อให้เกิดรอยแผลเล็กที่สุด
  2. แพทย์จะคำนวณการวางแนวกราฟผมให้มีความหนาแน่นสูงสุด บนขีดจำกัดความปลอดภัย เพื่อให้ผมที่ขึ้นใหม่ดูหนาเป็นธรรมชาติ
  3. นอกจากจะใช้หัวเจาะที่มีขนาดเล็กแล้ว หัวใจสำคัญอีกหนึ่งข้อของการใช้วิธีปลูกผมแบบ FUE-MAX คือเครื่องมือเก็บกราฟ โดย Max Hair Thailand จะเลือกเครื่องมือเก็บกราฟที่มีความละเอียดสูง เพื่อช่วยลดการบาดเจ็บของรอยแผล อีกทั้งลดเปอร์เซ็นความเสียหายของเนื้อเยื่อกราฟผมที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเก็บกราฟ ทำให้เพิ่มอัตราการอยู่รอดของกราฟได้มากยิ่งขึ้น
  4. หัวใจของการปลูกผมแบบ FUE-MAX คือการดูแลกราฟอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เส้นผมใหม่แข็งแรงและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจในระยะยาว

ความแตกต่างระหว่างการปลูกผมแบบ
FUT และ FUE

หลังจากที่เราได้รู้จักกับวิธีการปลูกผมแบบ FUE กันไปแล้ว แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่า “แล้วเทคนิคการปลูกผมแบบ FUE แตกต่างจากเทคนิคการปลูกผม FUT อย่างไร ?” ดังนั้น เรามาดูความแตกต่างของการปลูกผมทั้ง 2 วิธีกันเลย

  • FUT (Follicular Unit Transplantation) : เป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้วิธี “ผ่าตัดหนังศีรษะออกมาเป็นชิ้นยาว” บริเวณท้ายทอย แล้วนำมาหั่นแบ่งเซลล์รากผม วิธีนี้จะได้กราฟจำนวนมาก แต่ข้อเสียคือใช้เวลาพักฟื้นนาน และทิ้งรอยแผลเป็นแนวยาว ไว้ที่ด้านหลังศีรษะ
  • FUE (Follicular Unit Excision) : เป็นเทคนิคที่พัฒนาขึ้นเพื่อลบข้อด้อยของ FUT โดยการ เจาะเก็บรากผมทีละกอ โดยไม่ต้องตัดหนังศีรษะ และถึงแม้เทคนิค FUE จะต้องอาศัยความแม่นยำของแพทย์สูงกว่าและใช้เวลาทำนานกว่า แต่แลกมาด้วยความสบายใจและผลลัพธ์ที่สวยงาม จึงได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน
ความแตกต่างของการปลูกผมเทคนิค FUE และ FUT
กราฟผมที่ได้จากการใช้อุปกรณ์ Implanter ในกระบวนการปลูกผม DHI

ข้อดีของการปลูกผมเทคนิค FUE
ที่ทำให้ได้รับความนิยม

การปลูกผมเทคนิค FUE ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากวิธีปลูกผมแบบเดิม ๆ ดังนี้

  • แผลเล็ก โดยแผลจากการเจาะเก็บกราฟมีขนาดเพียง 0.6-1.0 มิลลิเมตร ทำให้ใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่าเทคนิค FUT
  • ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ วางแนวเส้นผมและความหนาแน่นได้ใกล้เคียงเส้นผมเดิม
  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติหลังทำเพียง 1-2 วัน
  • ใช้ผมจริงของผู้เข้ารับการรักษา เส้นผมที่ปลูกใหม่จะคงอยู่ตลอดไป และไม่หลุดร่วงง่ายเหมือนเส้นผมปกติที่อ่อนแอ

ผลลัพธ์ที่คาดหวังและไทม์ไลน์การเติบโตของเส้นผม (Recovery Timeline)

การปลูกผมคือการลงทุนที่ต้องอาศัยเวลา สำหรับไทม์ไลน์ปกติที่คุณจะพบหลังการปลูกผมเทคนิค FUE-MAX มีรายละเอียดดังนี้

  • 1-7 วันแรก : ช่วงพักฟื้น แผลเจาะขนาดเล็กจะเริ่มแห้งและตกสะเก็ด อาจมีอาการบวมเล็กน้อยบริเวณหน้าผาก
  • สัปดาห์ที่ 2-4 (Shock Loss) : ช่วงนี้เส้นผมที่ปลูกไปจะเริ่ม “ร่วงหลุด” ออกมา (แต่รากผมยังฝังอยู่ข้างใน) เป็นกลไกการผลัดผมตามธรรมชาติ
  • เดือนที่ 3-4 : ระยะพักตัวเสร็จสิ้น ลูกผมใหม่จะเริ่มงอกขึ้นมาจากผิวหนัง เป็นเส้นเล็ก ๆ บาง ๆ
  • เดือนที่ 6 : จะเริ่มเห็นความหนาแน่นชัดเจนขึ้น ผมยาวขึ้น และเส้นผมใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (เห็นผลลัพธ์ประมาณ 50-60%)
  • เดือนที่ 12-18: ผลลัพธ์สมบูรณ์เต็มที่ (Full Result) เส้นผมแข็งแรง หนาแน่น และเป็นธรรมชาติ สามารถตัดแต่งทรง หรือทำสีได้ตามปกติ

การปลูกผม FUE เหมาะกับใครบ้าง ?

การปลูกผมแบบ FUE เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมบาง ผมร่วง ศีรษะล้าน ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหาศีรษะล้านบางส่วน หรือผมร่วงจากกรรมพันธุ์
  • ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาแนวผมร่น หน้าผากกว้าง
  • ผู้ที่ต้องการปลูกคิ้ว หนวด เครา หรือจอนผม
  • ผู้ที่ต้องการปลูกผมโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น
  • ผู้ที่สุขภาพดี ไม่มีโรคที่เป็นข้อห้ามในการปลูกผม

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการปลูกผม FUE

เพื่อให้ได้กราฟผมที่สมบูรณ์ที่สุด กรุณาเตรียมตัวล่วงหน้าดังนี้ 

  • งดยาและวิตามิน : งดแอสไพริน, วิตามิน E, น้ำมันปลา, สมุนไพรโสม/แปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์ (เพราะทำให้เลือดหยุดยาก)
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ : อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงรากผมได้ดี
  • การพักผ่อน : นอนหลับให้เพียงพอในคืนก่อนผ่าตัด

วันนัดหมาย : สระผมให้สะอาด งดใส่เจล/สเปรย์ และควรใส่เสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนชุดโดยไม่กระทบแผล

ปลูกผมเทคนิค FUE คุ้มค่าแค่ไหน ?

การปลูกผมเทคนิค FUE ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน หรือแนวผมร่น เพราะเป็นวิธีปลูกผมถาวรที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ และสามารถคงอยู่ได้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องทำซ้ำหลายครั้ง นอกจากนี้ ยังเป็นเทคนิคที่มีความปลอดภัยสูง แผลเล็กมาก ไม่ต้องพักฟื้นนาน อีกทั้งการปลูกผม FUE ยังช่วยเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเห็นผล

ปลูกผมเทคนิค FUE-MAX ราคาเท่าไร ?

การปลูกผมเทคนิค FUE-MAX ราคาโปรโมชันอยู่ที่ 89,000 บาท พร้อมรับของแถม 5 รายการ

  • Laser กระตุ้นกราฟผม 12 เดือน (มูลค่า 12,000 บาท)
  • คอร์สสระผม 12 เดือน (มูลค่า 3,000 บาท) **เฉพาะสาขาที่ร่วมบริการ**
  • ผ้าคาดศีรษะและหมวกคลุมกราฟ (มูลค่า 1,000 บาท)
  • ติดตามการรักษากับแพทย์ 12 เดือน

รับประกันคุณภาพ หากผมที่ปลูกไม่ขึ้น ยินดีปลูกผมใหม่ให้ฟรี

หากคุณกำลังเผชิญปัญหาผมบางหรือผมร่วงที่ทำให้ขาดความมั่นใจ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป คลินิกปลูกผม FUE Max Hair Thailand พร้อมช่วยฟื้นฟูเส้นผมของคุณด้วยการปลูกผมแบบ FUE-MAX ที่ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ด้วยการออกแบบเฉพาะบุคคลโดยทีมแพทย์ของเราจะประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะของคุณอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการปลูกผมที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผมบางจากพันธุกรรม ผมร่วงหลังทำสี หรือผมบางจากฮอร์โมน เราก็พร้อมให้คำปรึกษาแบบเป็นส่วนตัว สอบถามข้อมูลได้ที่ 083-289-1664 หรือ LINE: @MAXHAIR

ผลลัพธ์ของการปลูกผมเทคนิค FUE

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

แม้หลักการย้ายรากผมจะเหมือนกัน แต่ FUE-MAX คือการยกระดับความละเอียดให้เหนือกว่าใน 3 ด้าน

  1. ใช้หัวเจาะขนาดพิเศษที่เล็กมาก ขนาดแผลจึงเล็กกว่า 
  2. เทคนิคการวางกราฟชิดกันเป็นพิเศษ ทำให้ผมดูหนาขึ้น 
  3. ด้วยขั้นตอนการถนอมกราฟที่พิถีพิถัน ทำให้ผมที่ปลูกขึ้นใหม่ได้ดีและแข็งแรงกว่าแบบทั่วไป

การปลูกผม FUE ใช้เวลาประมาณ 6-10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนของเส้นผมในบริเวณที่ปลูก และจำนวนกราฟผมที่ต้องใช้

สำหรับงานหรือกิจกรรมที่ไม่ต้องทำกลางแจ้งหรือออกแดดสามารถเข้ารับการปลูกผมแบบ FUE ได้โดยไม่จำเป็นต้องลา อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนบริเวณที่ปลูก หรือหากสามารถลางานได้ 1-2 วันก็จะช่วยลดความเสี่ยงการกระทบกระเทือนต่อกราฟผมที่ปลูกไว้ เป็นผลดีกับตัวคนไข้เอง

ดูแลไม่ยาก แต่ในช่วง 1-2 วันแรก ต้องระวังการกระทบกระเทือนในบริเวณที่ปลูกเป็นพิเศษ และแนะนำให้เข้ามาล้างแผลพร้อมสระผมที่คลินิก (บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย) นอกจากนี้ ในช่วงเดือนแรกควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือหวีผมในบริเวณที่ปลูกอย่างรุนแรง และงดการใช้สารเคมีกับผม

ผมที่ใช้ในการปลูกจะเป็นผมของคนไข้เอง โดยส่วนใหญ่เก็บจากบริเวณท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณที่มีรากผมแข็งแรง ไม่สามารถใช้ผมจากผู้อื่นหรือผมสังเคราะห์ได้

หลังการปลูกผมแบบ FUE-MAX ผู้เข้ารับบริการจะเริ่มเห็นแนวผมใหม่เริ่มงอกในช่วงเดือนที่ 3-4 โดยกราฟผมที่ปลูกจะเริ่มงอกใหม่และปรับตัวเข้ากับผิวหนังบริเวณที่ปลูก จากนั้นในช่วง 6 เดือน จะเริ่มเห็นแนวผมใหม่ชัดเจนขึ้น และภายใน 1.5 ปี หรือ 18 เดือน จะได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ แนวผมจะดูหนาแน่นขึ้น ซึ่งเส้นผมที่ขึ้นใหม่สามารถตัด แต่ง หรือเซตทรงได้ตามปกติ

ไม่จำเป็น การปลูกผมสามารถทำแบบไม่ต้องโกนได้ ขึ้นอยู่ขนาดกับพื้นที่ที่ต้องการปลูก และการประเมินของแพทย์

การปลูกผมวิธีนี้เป็นการปลูกผมถาวร เพราะใช้เซลล์รากผมของคนไข้มาทำการปลูกผม โดยเลือกเอาส่วนที่แข็งแรงหรือร่วงยากมาใช้ คุณภาพของเส้นผมที่ได้จึงยังคงเหมือนเดิม เพียงแค่ย้ายตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งเส้นผมอาจมีการหลุดร่วงได้ตามวงจรปกติ แต่เซลล์รากผมที่แข็งแรงจะไม่ได้หลุดออกมาด้วย ดังนั้น เส้นผมที่ขึ้นมาใหม่ก็จะเป็นเส้นผมที่แข็งแรง และสามารถอยู่กับเราไปได้ตลอดชีวิต

แนะนำให้รับประทานต่อเพราะการปลูกผมคือการเติมผมในส่วนที่ล้านไปแล้ว แต่ผมเดิมที่มีอยู่อาจยังร่วงได้ตามกรรมพันธุ์ การทานยาจะช่วย “ชะลอ” ไม่ให้ผมเดิมร่วงเพิ่ม และช่วยให้ผมที่ปลูกใหม่เส้นใหญ่แข็งแรงขึ้นครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เป็นรายบุคคล

อาการบวมบริเวณหน้าผากหรือรอบดวงตาอาจเกิดขึ้นได้ในช่วง 2-3 วันแรก (เกิดจากน้ำเกลือใต้ผิวหนังไหลลงมาตามแรงโน้มถ่วง) วิธีแก้คือให้นอนหนุนหมอนสูง, ประคบเย็นบริเวณหน้าผาก (ระวังอย่าโดนกราฟผม) และสวมผ้าคาดศีรษะตามที่คลินิกแนะนำ อาการจะยุบเองภายในไม่กี่วัน