ปลูกผมแบบไหนดี ? เจาะลึกเทคนิค FUE, DHI, FUT และ Non-Shaven

แพทย์ประเมินปัญหาผมเพื่อเลือกว่าจะปลูกผมแบบไหนดี

Key Takeaway 

การปลูกผมถาวรเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพสำหรับการแก้ปัญหาผมบางและศีรษะล้าน โดยมีหลักการสำคัญคือการย้ายรากผมที่แข็งแรงจากบริเวณท้ายทอยมาเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป ซึ่งในปัจจุบันมีเทคนิคที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการเน้นแผลเล็กและพักฟื้นไวในแบบ FUE, การเน้นความหนาแน่นให้ดูเป็นธรรมชาติด้วยวิธี DHI, การปลูกแบบไม่ต้องโกนผมสำหรับผู้ที่ต้องการปกปิดรอยแผลทันทีด้วยวิธี Non-Shaven หรือการแก้ไขปัญหาพื้นที่ล้านกว้างมากด้วยเทคนิค FUT ทั้งนี้ การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมที่สุดควรพิจารณาจากปัจจัยด้านขนาดพื้นที่ของปัญหา งบประมาณที่ตั้งไว้ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตส่วนบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและคุ้มค่าในระยะยาว

 


 

ปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน หรือแนวผมร่นลึก เป็นปัญหาที่บั่นทอนความมั่นใจของทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่ในปี 2026 เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้ก้าวล้ำไปไกลมาก ทำให้การปลูกผมถาวรไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป แต่คำถามสำคัญคือ แล้วผู้ที่มีปัญหาควรปลูกผมแบบไหนดี ? เพื่อให้ได้แนวผมที่ดูเป็นธรรมชาติ และเหมาะกับตนเองที่สุด

บทความนี้ เราจะพาคุณไปเจาะลึกกันว่า วิธีปลูกผมที่นิยมในปัจจุบันมีกี่เทคนิค แต่ละเทคนิคต่างกันอย่างไร พร้อมคำแนะนำถึงวิธีเลือกเทคนิคที่คุ้มค่าและเห็นผลสำหรับคุณ

 

การปลูกผมมีกี่แบบ ? เปรียบเทียบเทคนิคปลูกผมแต่เทคนิค

หลักการของการปลูกผมถาวรคือการย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณ “ด้านหลังหรือด้านข้าง” (Donor Area) ซึ่งเป็นรากผมที่แข็งแรงไม่ทำให้ร่วงง่าย จากนั้นนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่ต้องการ โดยปัจจุบันมี 3-4 เทคนิคหลัก ดังนี้

เทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction)

เทคนิคมาตรฐานระดับสากลที่ได้รับความนิยมสูงสุด แพทย์จะใช้เครื่องมือเจาะขนาดเล็ก (Punch) หัวเจาะประมาณ 0.8 – 1.0 มม. เจาะดึงกอผมออกมาทีละกอ

  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ต้องการแผลเล็ก ไม่ชอบการผ่าตัด และอยากพักฟื้นไว
  • จุดเด่น : ไม่มีแผลเป็นทางยาว เจ็บน้อยมาก และสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็ว

เทคนิค DHI (Direct Hair Implantation)

เป็นการต่อยอดจาก FUE แต่มีความละเอียดสูงกว่า โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่เรียกว่า Implanter Pen ในการปักและปลูกในขั้นตอนเดียว

  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ต้องการความหนาแน่นสูง และต้องการควบคุมทิศทางของเส้นผมให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด (เช่น การปลูกบริเวณแนวผมด้านหน้า หรือ Hairline)
  • จุดเด่น : ลดระยะเวลาที่รากผมอยู่นอกร่างกาย ทำให้มีอัตราการรอดของกราฟต์สูงขึ้น

เทคนิค Non-Shaven / Long Hair FUE

นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เป็นการปลูกผมโดย “ไม่ต้องโกนผม” บริเวณด้านหลัง

  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น
  • จุดเด่น : ปกปิดรอยแผลได้ทันทีด้วยผมเดิมที่มีอยู่ เห็นแนวผมได้ทันที

เทคนิค FUT (Strip Harvesting)

เป็นการผ่าตัดหนังศีรษะออกมาเป็นแถบยาว แล้วนำมาคัดแยกภายใต้กล้องจุลทรรศน์

  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีปัญหาศีรษะล้านกว้างมาก และต้องการจำนวนกราฟต์ปริมาณมหาศาลในครั้งเดียว

 

แพทย์ทำการเปรียบเทียบเทคนิคปลูกผมที่เหมาะกับปัญหาคนไข้

ปลูกผมแบบไหนดีที่สุดสำหรับคุณ ? Checklist ประเมินเบื้องต้น

  • ประเมินจากพื้นที่ล้าน : ถ้าล้านกว้างมาก เทคนิค FUE หรือ FUT อาจช่วยเรื่องความคุ้มค่า แต่ถ้าต้องการเติมเฉพาะจุดให้แน่นเป๊ะ เทคนิคแบบ DHI คือคำตอบ
  • ประเมินจากงบประมาณ : FUE มักจะเป็นเทคนิคที่คุ้มค่าที่สุดในแง่ของราคาต่อกราฟต์ ส่วน DHI และ Non-Shaven จะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามความซับซ้อนของอุปกรณ์
  • ประเมินจากไลฟ์สไตล์ : หากคุณมีเวลาพักผ่อนน้อย หรือต้องพบปะผู้คนตลอดเวลา เทคนิค Non-Shaven จะตอบโจทย์ที่สุด เพราะไม่มีใครดูออกว่าคุณเพิ่งผ่านการปลูกผมมา

นอกจากนี้ หากใครที่อยากเข้าใจข้อดี-ข้อเสียของการปลูกผมแต่ละเทคนิคก่อนตัดสินใจ ก็สามารถขอรับคำอธิบายเบื้องต้นโดยแพทย์ปลูกผมได้เช่นกัน

 

ทำไมต้องปลูกผมที่ Max Hair Clinic ?

ที่ Max Hair Clinic เราไม่ได้มองแค่การปลูกให้ผมขึ้น แต่เรามองถึงศิลปะและการออกแบบที่รับกับใบหน้าของแต่ละบุคคล

  • แพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการปลูกผม : วิเคราะห์ปัญหาลึกถึงระดับรากผมและสภาวะหนังศีรษะ
  • เทคโนโลยีนำเข้า : เราใช้อุปกรณ์การแพทย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เพื่ออัตราการรอดของกราฟต์ที่สูงสุด
  • การดูแลหลังทำ : มีโปรแกรมบำรุงรากผม (Hair Treatment) เพื่อให้เส้นผมที่ปลูกไปเติบโตอย่างแข็งแรงและอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาพูดคุย ปรึกษา และประเมินกราฟต์กับแพทย์โดยตรง ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือ สอบถามเพิ่มเติมเพื่อเปรียบเทียบราคาปลูกผมทุกเทคนิค FUE, FUT, DHI, Micrograft โทร: 083-289-1664 LINE: @MAXHAIR

ข้อมูลอ้างอิง :

  1. Exploring Hair Transplant Methods: Finding the Right Solution for You. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 จาก https://www.hairdoctors.com.au/blog/hair-transplant-methods/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทคนิคปลูกผม (FAQs)

ปลูกผมแบบไหนดีที่สุดสำหรับคนที่มีปัญหาศีรษะล้านกว้าง ?
+
หากมีพื้นที่ล้านกว้างมาก แพทย์มักแนะนำเทคนิค FUE หรือ FUT เพื่อให้ได้จำนวนกราฟต์ปริมาณมากในครั้งเดียวเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ แต่หากต้องการความหนาแน่นและเน้นความเป็นธรรมชาติบริเวณ Hairline เทคนิค DHI จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า ทั้งนี้ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อประเมินเฉพาะบุคคล
เปรียบเทียบเทคนิคปลูกผม FUE กับ DHI ต่างกันอย่างไร ?
+
หากเปรียบเทียบการปลูกผมสองวิธีนี้ FUE คือการเจาะกราฟต์ออกมาแล้วนำไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ แต่ DHI จะใช้เครื่องมือ Implanter Pen ในการปักและปลูกในขั้นตอนเดียว ซึ่ง DHI จะช่วยให้แพทย์ควบคุมทิศทางและองศาของเส้นผมได้แม่นยำกว่า และรากผมมีโอกาสรอดสูงกว่าเนื่องจากอยู่นอกร่างกายในเวลาที่สั้นกว่า
จุดเด่นของการปลูกผมแต่ละเทคนิค มีอะไรบ้าง ?
+
  • FUE: ข้อดีคือแผลเล็ก เจ็บน้อย
  • DHI: ข้อดีคือผมแน่น เป็นธรรมชาติสูง
  • Non-Shaven: ข้อดีคือไม่ต้องโกนผม ปกปิดแผลได้ทันที
  • FUT: ข้อดีคือได้กราฟต์จำนวนมากและราคาประหยัด
เปรียบเทียบราคาปลูกผมแต่ละเทคนิค ราคาต่างกันมากไหม ?
+
ราคาจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของอุปกรณ์และเวลาที่ใช้ โดยทั่วไป FUT จะมีราคาเริ่มต้นถูกที่สุด ตามด้วย FUE ที่เป็นราคามาตรฐาน ส่วนเทคนิค DHI และ Non-Shaven FUE จะมีราคาสูงกว่าเนื่องจากใช้อุปกรณ์เฉพาะทางและทีมแพทย์ต้องใช้ความละเอียดประณีตสูงกว่าปกติ
ปลูกผมถาวรแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน ?
+
การปลูกผมถาวรคือการย้ายรากผมจากบริเวณท้ายทอยซึ่งแข็งแรงที่สุดมาปลูกใหม่ ดังนั้นเส้นผมที่ปลูกไปจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม ควรดูแลสุขภาพผมเดิมที่เหลืออยู่ตามคำแนะนำของแพทย์ที่ MaxHair Thailand เพื่อรักษาความหนาแน่นของเส้นผมในระยะยาว

แชร์บทความ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้ชายตัดสินใจปลูกผมถาวรหลังเปรียบเทียบราคาปลูกผมแล้ว

ปลูกผมมีราคาเท่าไร ? เทียบราคาฝั่งตะวันตกและตุรกี !

เปรียบเทียบราคาปลูกผมในไทยและประเทศชั้นนำ ! ทำไมไทยถึงเป็น Medical Hub ที่คุ้มค่า พร้อม Checklist ก่อนตัดสินใจปลูกผมถาวรเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

อ่านเพิ่มเติม...
แพทย์ประเมินปัญหาผมเพื่อเลือกว่าจะปลูกผมแบบไหนดี

ปลูกผมแบบไหนดี ? เจาะลึกเทคนิค FUE, DHI, FUT และ Non-Shaven

เปรียบเทียบเทคนิคปลูกผม แต่ละแบบต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับปัญหาผมและงบประมาณ พร้อม Checklist ประเมินเบื้องต้นก่อนตัดสินใจปลูกผม

อ่านเพิ่มเติม...
รีวิวปลูกผมจากดารา อี๊ด โปงลางสะออน

รีวิวปลูกผม ผลลัพธ์จริง จากดาราและลูกค้าต่างชาติ

รีวิวปลูกผมที่ Max Hair Clinic จากดาราดัง อาทิ อี๊ด โปงลางฯ, ออฟ-ชนะพล และเท็น-ชาครีย์ รวมถึงรีวิวจากชาวต่างชาติ ที่ไว้วางใจมาใช้บริการจริง

อ่านเพิ่มเติม...